เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา เตรียมประกาศยืนยันคว้าตัว เอแด็น อาซาร์ ดาวเตะจอมพลิ้วทีมชาติเบลเยี่ยมจาก เชลซี ด้วยค่าตัวมหาศาล 100 ล้านยูโร (ราว 3,600 ล้านบาท) หลังจบศึก ยูโรปา ลีก นัดชิงชนะเลิศช่วงปลายเดือนนี้ จากการเปิดเผยของ เลกิ๊ป

   สื่อลูกหนังดังของฝรั่งเศส รายงานผ่านwww.ufabet369.net ว่า “ราชันชุดขาว” กำหนดไทม์ไลน์แล้วว่า จะมีการประกาศยืนยันเซ็นสัญญากับ อาซาร์ ทันทีที่เจ้าตัวเสร็จภารกิจทำศึก ยูโรปา ลีก นัดชิงชนะเลิศกับ อาร์เซน่อล ที่ บากู ในวันที่ 29 พ.ค. 62

   ทั้งนี้ รายงานระบุว่า อาซาร์ มีค่าตัวราว 100 ล้านยูโร ขณะที่เจ้าตัว เพิ่งพูดเป็นนัยๆ หลังจบเกมนัดปิดฤดูกาลที่บุกเสมอ เลสเตอร์ 0-0 ว่า ได้ตัดสินใจเรื่องอนาคตแล้ว และมีการจับภาพได้ว่า เขาทำท่าเหมือนจะอำลาแฟนๆ ที่ตามไปเชียร์ถึง คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ด้วย

www.ufabet369.net/

เอแด็น อาซาร์ ปีกคนสำคัญของ เชลซี ระบุ บอกให้ต้นสังกัดรู้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนแล้วว่าจะเอายังไงกับอนาคตของตัวเอง พร้อมลั่น ที่ผ่านมาตนทุ่มเทเต็มที่เพื่อทีมอยู่เสมอ ถึงแม้จะมีข่าวลือเรื่องการย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด อย่างต่อเนื่องก็ตาม

   ฤดูกาลนี้ เรอัล มาดริด ทำผลงานได้น่าผิดหวังสุดๆ จนชวดทั้งแชมป์ ลา ลีกา, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ โกปา เดล เรย์ ซึ่งหลายคนมองว่าสาเหตุหลักเป็นเพราะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ บอกลาทีมไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน และนั่นก็ทำให้ “ราชันชุดขาว” มุ่งมั่นกับการดึง อาซาร์ ไปร่วมทัพให้ได้ เพราะเชื่อว่าเขาจะทำให้ทีมกลับมามีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง โดยดาวเตะชาวเบลเยียมเองก็เคยบอกว่า เรอัล เป็นทีมในฝันของตนตั้งแต่เด็กแล้วเช่นกัน

   อาซาร์ เผยว่า “ผมตัดสินใจเรื่องอนาคตของตัวเองไปแล้ว แต่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมแค่คนเดียว ผมแจ้งให้สโมสรรู้ถึงการตัดสินใจของตัวเองไปตั้งแต่เมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อนแล้ว ผมอยากให้คำตอบมันออกมาชัดเจนตั้งแต่ก่อนหน้านี้ แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น ผมยังรอคำตอบ (จากทาง เชลซี) อยู่ ก็เหมือนกับที่แฟนๆ กำลังรอดูสถานการณ์อยู่นั่นแหละ”

www.ufabet369.net

   “เรายังเหลือนัดชิงชนะเลิศให้เล่นกันอีก แล้วจากนั้นผมก็จะรอดูสถานการณ์อีกที อนาคตของผมมันไม่เคยทำให้ผมไขว้เขวกับการเล่นในสนามเลย เมื่อคุณลงไปเล่นในสนาม คุณก็พยายามที่จะมีสมาธิกับการเล่นในสนามเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผมอยู่ในสนามผมก็แค่พยายามให้เต็มที่ ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวเองหรือของสโมสรเลย ผมก็แค่พยายามที่จะพาทีมเก็บชัยชนะให้ได้”

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด พูดแบบเป็นนัยว่า แกเร็ธ เบล หมดอนาคตกับทีมแล้ว โดยบอกว่าการที่ตนดร็อปเขามา 2 นัดติดต่อกันมันก็สื่อถึงความคิดของตนอย่างชัดเจน แถมบอกว่าที่จริง เบล ฟิตพร้อมลงเล่นเกมกับ โซเซียดาด ด้วย

   ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ บอกเป็นนัยว่า แกเร็ธ เบล ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของตนแน่นอน หลังจากที่บอกว่าที่ตนดร็อป เบล ในเกม ลา ลีกา สเปน นัดที่ออกไปแพ้ เรอัล โซเซียดาด 1-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มันสื่อถึงเจตนารมณ์ของตนอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

www.ufabet369.net/

   กระแสข่าวลือการย้ายทีมของ เบล มีออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ซีซั่นนี้เขามีปัญหาด้านสภาพความฟิตจนไม่ได้ลงเล่นให้ทีมมากเท่าไหร่ ทั้งที่เดิมทีเขาถูกคาดหวังว่าจะเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกแทนที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่บอกลาทีมไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และล่าสุดเขาก็ไม่มีชื่อติดทีม 2 นัดติดต่อกัน

   หลังจากโดนถามว่าที่จริง เบล ฟิตพอที่จะเล่นในเกมกับ โซเซียดาด หรือไม่นั้น ซีดาน ก็ตอบว่า “ใช่ เขาฟิตพอ ผมไม่รู้หรอกนะว่าเขาจะได้เล่นในนัดหน้ารึเปล่า เอาไว้สัปดาห์หน้าเราก็ต้องมาดูกันอีกที สิ่งที่ผมทำในสุดสัปดาห์นี้มันก็ชัดเจนมากๆ อยู่แล้วล่ะนะ ตอนนี้เราจะมีเกมให้เล่นอีก 1 นัด แล้วหลังจากนั้นเราจะมาดูกันว่าฤดูกาลหน้าจะเป็นยังไง ทุกอย่างมันเสร็จสิ้นแล้ว”

แกเร็ธ เบล ซุปตาร์ “ราชันชุดขาว” ออกมาเปิดเผยว่า นับตั้งแต่แมตช์ชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ตัวเขาเองกับทาง ซีเนอดีน ซีดาน ก็ไม่เคยคุยกันอีกเลย และเขาเองก็ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับอดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศสแค่เรื่องงานเท่านั้น จากรายงานของ dailystar.co.uk เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2562

www.ufabet369.net/

หลังจากแมตช์ชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ทางด้าน แกเร็ธ เบล ก็ยอมรับว่า นับตั้งแต่นั้นเขาไม่เคยคุยกับ ซีเนอดีน ซีดานอีกเลย แม้ว่าในเกมดังกล่าวเจ้าตัวจะถูกส่งลงสนามมาเป็นตัวสำรอง และเหมาคนเดียว 2 ตุงช่วยให้ เรอัล มาดริด เอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ในท้ายที่สุด

แกเร็ธ เบล กล่าวว่า “ผมบอกเลยว่า ซีดาน ไม่เคยคุยกับผม และผมเองก็ไม่เคยคุยกับเขาเช่นกัน นับตั้งแต่เกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ผ่านมา ผมบอกเลยว่า ผมรู้สึกแย่มาก ๆ เมื่อรู้ว่าผมไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมนั้น ผมเองต้องการที่จะลงสนามไปตั้งแต่วินาทีแรกของการแข่งขัน และเมื่อผมได้โอกาสลงสนามผมจึงลงไปเล่นอย่างเต็มที่ แม้ว่าอารมณ์ตอนนั้นผมจะยังหงุดหงิดอยู่ก็ตาม ผมอาจจะบอกคุณไม่ได้หรอกว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทกัน แต่มันเป็นแค่พาร์ทของการทำงานเท่านั้นแหละ”

ติดตามข่าวสารวงการฟุตบอลได้ที่ bigpawblog.com